เนื้อแท้จริงๆ ของไคเซ็นเป็นสิ่งที่ธรรมดาและตรงไปตรงมา ไคเซ็นหมายถึง การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ยิ่งไปกว่านั้นไคเซ็น ยังหมายถึง วิธี การดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับทุกๆ คนทั้งผู้จัดการและพนักงาน ปรัชญาไคเซ็นถือว่าวิถีชีวิตของคนเรา เป็นชีวิตแห่งการทำงาน ชีวิตทางสังคม และชีวิตทางครอบครัว ที่ควรจะได้รับการปรับปรุงอย่างส่ำเสมอ


ในการพยายามทำความเข้าใจ “ความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจ” ของญี่ปุ่นในช่วงหลังสงคราม นักวิชาการ นักหนังสือพิมพ์ นักธุรกิจ ต่างก็มุ่งศึกษา
ถึงปัจจัยต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวด้านผลิตภาพ TQC กิจกรรมกลุ่มขนาดเล็ก ระบบการให้ข้อเสนอแนะการควบคุมการผลิต หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และแรงงานสัมพันธ์พวกเขาให้ความสนใจกับลักษณะเฉพาะของการจัดการแบบญี่ปุ่น ซึ่งได้แก่ ระบบการจ้างงานตลอดชีพ การจ่ายค่าจ้างตามลำดับ
อาวุโส และสหภาพผู้ประกอบการหากข้าพเจ้ายังเห็นว่าพวกเขาขาดข้อเท็จจริงพื้นฐานที่อยู่เบื้งหลังเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแบบญี่ปุ่น ส่วนสำคัญที่เกี่ยวกับการจัดการอันเป็น “แบบฉบับเฉพาะของญี่ปุ่น” เช่น การปรับปรุงผลิตภาพ TQC กลุ่มQC หรือแรงงานสัมพันธ์นั้น สามารถนำมาย่อสรุปไว้ด้วยคำคำเดียว คือ ไคเซ็น

การใช้คำว่า ไคเซ็น แทนคำต่างๆ อาทิ TQC การบริหารงานโดยมิให้มีข้อบกพร่อง (ZD) คัมบัง และระบบการให้ข้อเสนอแนะแสดงให้เห็นภาพขั้นตอนต่างๆ ของอุตสากรรมแบบญี่ปุ่นได้ชัดยิ่งขึ้น ไคเซ็น เป็นแนวความคิดที่มีลักษณะคล้ายกับร่มที่ครอบคลุมเอาการทำงาน ในแบบฉบับเฉพาะของญี่ปุ่นซึ่งถือได้ว่าประสบผลสำเร็จสมกับคำเล่าลือไปทั่วโลกในปัจจุบันนี้ (ดังรูปภาพ)

KAIZEN
การใช้ TQC (การควบคุมคุณภาพแบบเบ็ดเสร็จ) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า CWQC (การควบคุมคุณภาพทั่วทั้งบริษัท) ในญี่ปุ่น ชี้ว่าญี่ปุ่นดำเนิน
กลยุทธ์ในการพัฒนาที่มุ่งเน้นกระบวนการ ซึ่งก่อให้เกิดความปรับปรุงเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติงานในระดับต่างๆ ขององค์กรทั้งหมดอย่างต่อเนื่องอย่างเสมอ
เนื้อหาสาระของกลยุทธ์ไคเซ็นก็คือ จะไม่ปล่อยให้เวลาในวันหนึ่งผ่านไปโดยไม่มีการปรับปรุงในส่วนใดส่วนหนึ่งของบริษัท

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นต้องเริ่มตั้งต้นกันใหม่ แต่ละวันจะมีการนำสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายมาเสนอต่อทั้งผู้จัดการและพนักงาน และแต่ละวันนั้นหมายถึงความก้าวหน้า การที่จะยืนอยู่ได้ในธุรกิจจะต้องมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด และ ไคเซ็น ได้กลายมาเป็นวิถีชีวิตแบบหนึ่ง นับว่าโชคดีที่ได้มีการนำเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้แนวความคิดแบบไคเซ็นเป็นที่รู้จักกัน
เพิ่มมากขึ้นในญี่ปุ่นมาใช้เมื่อปลายทศวรรษ 1950 และต้นทศวรรษ 1960 โดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เช่น ดับเบิลยู. อี. เดมิง และ จี. เอ็ม. จูราน

อย่างไรก็ตามแนวความคิดใหม่ๆ และเครื่องมือต่างๆ ได้มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ได้มีการพัฒนาในญี่ปุ่นในช่วงถัดมา ซึ่งนำไปสู่
SQC และ TQC ในทศวรรษ 1960

มองดูจากตารางดังกล่าวนี้ เราจะพบว่าประเทศทางตะวันตก มีความเข้มแข็งในด้านวัตกรรม ส่วนทางญี่ปุ่นมีความเข้มแข็งในด้านไคเซ็น ความแตกต่างตรงจุดนั้น

เหล่านี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านมรดกสังคมวัฒนธรรมอีกด้านหนึ่งด้วย เช่น ระบบการศึกษาของตะวันตกเน้นที่ความคิดริเริ่มสร้างรรค์ของแต่ละคนตรงกันข้ามกับระบบการศึกษาของญี่ปุ่นที่เน้นในด้านก่ประสานงานและการร่วมกันทำงานเป็นหมู่คณะ

นวัตกรรม ไคเซ็น
- มีความสามารถในการสร้างสรรค์
- ยึดถือความสามารถส่วนบุคคล
- เน้นให้พนักงานเป็นผู้เชี่ยวชาญ
- มุ่งความสนใจที่จะก้าวกระโดด
- เน้นเทคโนโลยี
- ข่าวสาร ปกปิดและสงวนสิทธ์
- มุ่งเฉพาะงานในหน้าที่ (เน้นความเป็นผู้เชี่ยวชาญ)
- ค้นหาเทคโนโลยีแบบใหม่
- จัดองค์กรแบบ 2 สายคือบุคลกรสายงานหลักและบุลากรสายช่วยอำนวยการ
- ข้อมูลย้อนกลับจำกัด
- มีความสามารถในการปรับตัว
- ทำงานเป็นทีม (ด้วยวิธีการที่มีระบบ)
- เน้นให้พนักงานเป็นผู้ชำนาญการทั่วไป
- มุ่งความสนใจที่รายละเอียด
- เน้นที่คน
- ข่าวสาร เปิดเผยและใช้ร่วมกัน
- มุ่งการบริหารข้ามสายงาน
- สร้างขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่มีอยู่
- จัดองค์แบบบริหารข้ามสายงาน

- ข้อมูลย้อนกลับเปิดกว้าง


บทความโดย

อาจารย์กิตติวัฒน์ สิริเกษมสุข

ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ

คณะวิศวกรรมศาสตร์

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง

http://webserv.kmitl.ac.th/kskittiw/ie/index.php?option=com_wrapper&Itemid=36
BACK