มีผู้กล่าวว่า "คนเรามีทั้งคนที่รู้และคนที่คิดว่าตัวเองรู้"
เมื่อบริษัทจ้างบุคคลากรให้ทำงานที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการทำงาน บุคคลเหล่านี้ต้องการแสดงหลักฐานยืนยันว่าตนเองมีความสามารถและตรงตามคุณสมบัติในการปฏิบัติงานทั้งด้านเทคนิคและความปลอดภัย ในกรณีไม่มีการรับรองยืนยัน บริษัทที่ว่าจ้างก็จะต้องเสี่ยงกับการคาดเดา
บุคคลเหล่านั้นอาจอ้างว่าตนเองมีความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับงานนั้น เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?

ในงานตรวจติดตามสภาพการสั่นสะเทือน หลายปีที่ผ่านมา องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) ได้กำหนดมาตรฐานต่างๆที่ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดต่างๆสำหรับการอบรมและการให้การรับรองบุคคลากรออกมา มีหน่วยงานหลายแห่งอ้างการสอนและการทดสอบของตนเป็นไปตามมาตรฐาน เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?

เพื่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานที่อ้างว่าตนสามารถให้การรับรองบุคคลากรตามมาตรฐานต่างๆ ISO ร่วมกับคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ (IEC) ได้ตีพิมพ์ ISO/IEC 17024 ซึ่งกำหนด "globally accepted benchmark for organizations operating certification of persons (เกณฑ์ที่ยอมรับทั่วไปสำหรับหน่วยรับรองบุคลากร)"

มาตรฐานนี้นำมาประกาศใช้ในระดับชาติ ของสหรัฐ คือ ANSI / ISO /IEC 17024 ว่าด้วย หน่วยรับรองระบบงานอิสระที่ทำหน้าที่สอบหน่วยรับรองในเรื่องความสอดคล้องตามข้อกำหนดทั่วไปสำหรับหน่วยรับรองบุคลากร

สำหรับสหรัฐ หน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body หรือ AB) คือ ANSI (American National Standards Institute)

การที่บุคคลกรได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองบุคลากรที่ได้รับการรับรอง ทำให้มั่นใจได้ว่าบุคคลกรมีความรู้ความสามารถพื้นฐานตามความต้องการที่กำหนดไว้


การรับรองระบบงานของ Vibration Institute

เมื่อไม่นานนี้ Vibration Institute ได้รับการรับรองระบบงานจาก ANSI ตามมาตรฐานสากล ANSI/ISO/IEC 17024 “Conformity assessment – General requirements for bodies operating certification of persons (การตรวจสอบและรับรอง - ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับหน่วยรับรองบุคลากร)” และในปัจจุบันเป็นหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานในการรับรองบุคคลซึ่งแก่บุคคลที่สาม ตามการจัดแบ่งประเภททั้งสี่ประเภท (categories)ที่ระบุไว้ใน ISO 18436-2, “Condition monitoring and diagnostics of machines – Requirements for training and certification of personnel, Part 2: Vibration condition monitoring and diagnostics.”

สถาบัน Vibration Institute สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในสองหน่วยงานในโลก ที่ได้รับการรับรองด้านการรับรองบุคลากรในการตรวจสอบสภาพการสั่นสะเทือนและการวินิจฉัย

สำหรับ Vibration Institute สหรัฐอเมริกา มีการปฏิบัติที่เคร่งครัดและสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 18436-1, “Condition monitoring and diagnostics of machines – Requirements for training and certification of personnel, Part1: Requirements for certifying bodies and the certification process.”

สถาบันด้านการทดสอบแบบไม่ทำลายของอังกฤษ BINDT (British Institute for Nondestructive Testing) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่เป็นหน่วยรับรอง (CB)สามารถให้การรับรองบุคคลด้าน condition monitoringได้ ซึ่งได้รับการรับรองโดย UKAS (United Kingdom Accreditation Service,หน่วยงานมาตรฐานแห่งชาติของอังกฤษ)
ทางด้าน BINDT ถือว่าการสั่นสะเทือนเป็นหนึ่งในงานด้าน condition monitoring และมีการปรับและสร้างมาตรฐานของตนเองซึ่งเทียบเคียงกับมาตรฐาน ISO18436

ความแตกต่างระหว่าง BINDT และ Vibration Institute อยู่ที่ Vibration Institute ยึดถือการปฏิบัติตามที่ความสอดคล้องตาม ISO18436 โดยตรง


การรับรองระบบงาน (Accreditation)

การที่จะได้รับการยอมรับความเป็นหน่วยรับรอง (Certification Body หรือ CB) หน่วยงานนั้นจะต้องปฏิบัติตาม ISO/IEC 17024 และปฎิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ ที่ประกอบด้วย โครงสร้างองค์กร การพัฒนาและการคงไว้ซึ่งกิจกรรมการรับรอง ระบบการบริหาร การบันทึก การรักษาความลับ และการรักษาความปลอดภัย
หน่วยงานที่จัดให้มีการสอบเพื่อให้การรับรอง โดยอ้างว่าปฎิบัติตามมาตรฐานนั้นยังไม่เป็นการเพียงพอ

ISO/IEC 17024 มีการระบุไว้เป็นพิเศษว่านโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติในการให้การรับรองจะต้อง “มีความเป็นธรรมและเสมอภาคแก่ผู้สมัครทุกคน” นอกจากนี้ยังระบุว่าหน่วยรับรองจะต้องมีโครงสร้างที่แน่ใจว่าในการบริหารแต่ละแผนงาน “มีสมรรถนะ เป็นกลาง และซื่อสัตย์” และหน่วยรับรองจะต้องดำรงไว้ซึ่งโครงสร้างและขั้นตอนการดำเนินการที่เป็นเอกสาร


การแยกระหว่างการฝึกอบรมและการรับรอง

ข้อกำหนดในมาตรฐานที่มักมีความเข้าใจผิด คือ “หน่วยรับรองจะต้องไม่เสนอหรือจัดการอบรม หรือช่วยผู้ใดในการเตรียมการสำหรับบริการเหล่านี้ เว้นแต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าการฝึกอบรมเป็นอิสระจากการประเมินและการรับรองบุคคลากร”

กล่าวคือ จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจนในการแยกการบริหารการอบรมและการรับรองทั้งหมด โครงสร้าง และกิจกรรมออกจากกัน รวมถึงการแยกบุคคลากรที่ทำหน้าที่ด้วย

สิ่งนี้กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดสำหรับหน่วยงานส่วนใหญ่ที่จะปฎิบัติได้ เนื่องจากบุคลากรที่พัฒนาอุปกรณ์สำหรับการฝึกอบรมหรือสอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ต้องไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหรือการบริหารแผนการรับรอง(certification scheme) และการสอบให้การรับรอง ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ยากและรัดกุมของ ISO / IEC 17024


แผน (scheme)

จะต้องมีการพัฒนาแผน (การสอบการรับรอง) โดยเป็นไปตาม ISO/IEC 17024 “review and validation of the scheme by the scheme committee.”

นอกจากนี้ "ต้องมีความยุติธรรมและประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องจากทุกฝ่าย" ด้วยเหตุนี้สถาบัน vibration จึงได้แต่งตั้ง Vibration Institute scheme committee ขึ้นซื่งประกอบด้วย 23 สมาชิกที่เป็นคณะตัวแทนระดับนานาชาติจากภาคอุตสาหกรรมและการศึกษา ซึ่งคณะตัวแทนมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือนกว่า 580 ปี


วิธีการทางจิตมิติ (psychometric)

ก่อนได้การรับรองระบบงาน คณะตัวแทนต้องมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือนมากกว่า 580 ปี เพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของ ISO / IEC 17024 เพื่อให้ผ่านข้อกำหนดนี้ จึงอาศัยนักจิตวิทยาซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรับรองและการกำหนดลักษณะความแตกต่างระหว่างบุคคล

ความหมายของวิธีการทางจิตมิติจากวิกิพีเดียมีว่า "psychometric is the field of study concerned with the theory and technique of educational and psychological measurement, which includes the measurement of knowledge."

ในการพบกับนักจิตวิทยาครั้งแรกเขาถามเราว่า "คะแนนสอบเท่าใดจึงถือว่าผ่าน?" เราตอบว่า 75% คำถามที่ตามมาทำให้เราถึงกับนิ่ง "คุณรู้ได้อย่างไร?" แน่ใจได้อย่างไร?

เราจะพิจารณาอย่างไรว่า คะแนนเท่าใดที่กำหนดแล้วถูกต้อง ถ้าความรู้และความเข้าใจในองค์ความรู้ (Body of Knowledge) ของผู้สมัครมีเพียงพอที่จะได้การรับรอง

หลายเดือนต่อมาเราได้เรียนรู้ว่า ยังมีหลายเรื่องในแผนที่จำเป็นต้องวิเคราะห์และปรับปรุงเพิ่มเติม โดยใช้วิธีการตรวจสอบและการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ


องค์ความรู้ (Body of Knowledge)

สถาบัน Vibration Institute ใช้ ISO 18436-2 เป็นตัวองค์ความรู้สำหรับแผนงานการรับรองบุคคล
วิกิพีเดียให้คำจำกัดความขององค์ความรู้ไว้ว่า“a term used to represent the complete set of concepts, terms and activities that make up a professional domain.” การแบ่งกระจายคำถามและความยากง่ายของคำถาม (ทางเทคนิคเรียกว่ารายการ) ในการทดสอบจะยึดตามมาตรฐานหรือองค์ความรู้นี้


Job Task Analysis

เพื่อประเมินความสามารถของบุคคลากร การสร้างองค์ความรู้ยังไม่พอ จำเป็นต้องกำหนดคุณสมบัติในการปฏิบัติงาน (job requirement) ประเมินงานที่จะปฎิบัติ และกำหนดความรู้และทักษะที่นำมาใช้
Early และ Wheeler กล่าวว่า “สำหรับแผนการรับรองบุคคลที่สามารถตรวจสอบได้ การใช้ job task analysis เป็นส่วนที่สำคัญมาก”

กระบวนการ job task analysis เกี่ยวข้องกับ การกำหนดองค์ความรู้ คุณสมบัติในการปฏิบัติงานของบุคคลที่ผ่านการรับรองในแต่ละประเภทตามการจัดแบ่ง category และการกำหนดการใช้ หรือระดับความรู้ความเข้าใจที่ผู้สมัครต้องมีสำหรับแต่ละหัวข้อและสาขาวิชา
Vibration Institute ใช้คุณสมบัติในการปฏิบัติงาน ใน ISO 18436-2, Clause 4 สำหรับแผนงานการรับรอง โดยหลักสามประการหรือระดับความรู้ความเข้าใจที่นำมาใช้กับองค์ความรู้ ได้แก่ การรู้ การเข้าใจและการนำไปใช้

ในระดับการรับรองขั้นต้น นักวิเคราะห์ที่ผ่านการรับรอง อาจต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย แต่ในระดับการรับรองที่สูงขึ้น ผู้สมัครต้องสามารถนำเอาความรู้ที่ได้เรียนมาใช้แก้ปัญหาได้

ขั้นตอนในการกำหนดเนื้อหาและการกระจายคำถามจะยึดตามองค์ความรู้และระดับความรู้ความเข้าใจให้ตรงตามคุณสมบัติในการปฏิบัติงาน ขั้นตอนนี้เป็นอีกขั้นตอนที่ใช้เวลานานและต้องใช้ความพยายามมาก ซึ่งอาศัยประสบการณ์ของ scheme committee
job task analysis ใช้เป็นหลักฐานใช้ยืนยันความถูกต้องของการทดสอบและแผนการรับรอง


คำถามในการสอบรับการรับรอง

มีวิธีการทางจิตมิติที่เป็นที่ยอมรับในการสร้างคำถามทดสอบ ในการทดสอบคำถามที่สร้างขึ้น และวิธีทางสถิติเพื่อประเมิณความมีประสิทธิผลและการยอมรับได้อยู่หลายวิธี
คำถามที่ดีต้องแยกระหว่างผู้สมัครที่มีคุณสมบัติขั้นต่ำที่รู้และเข้าใจเนื่อหากับผู้สมัครที่ไม่เข้าใจ

จากการนิยามของ ISA (International Society of Automation หรือชื่อเดิมคือ Instrument Society of America)“ บุคคลที่มีความสามารถขั้นต้นที่ยอมรับได้กำหนดจากบุคคลซึ่งสามารถปฎิบัติงานทุกอย่างได้โดยปลอดภัยโดยไม่ต้องอบรมเพิ่มเติม”

ทุกคำถามในการสอบที่ออกโดย Vibration Institute จะถูกประเมิน ทบทวนและปรับปรุงโดย scheme committee ซึ่งอาศัยหลักทางสถิติเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ได้รับการยอมรับทั่วไป และเพื่อแยกระหว่างผู้ที่มีคุณสมบัติตามคุณสมบัติขั้นต่ำสุดและผู้ที่มีคุณสมบัติต่ำกว่าคุณสมบัติขั้นต่ำ


คะแนนสอบ

การสอบแต่ละครั้งจะมีการประเมิณซึ่งใช้วิธีที่ใช้กันแพร่หลายคือ Angoff Modified Method ในการกำหนดคะแนนจริงที่ถือว่าผ่าน ซึ่งวิธีนี้ยังใช้ในการกำหนดคะแนนผ่านในการสอบ เช่น SAT (ใช้ในการสอบเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย) และการสอบอิงเกณฑ์อื่นๆ (criterion-referenced test)

ตามที่ National Center for Fair and Open Testing ระบุว่า การทดสอบแบบอิงเกณฑ์ (criterion-referenced test) เป็นการวัดผลของผู้สมัครกับมาตรฐาน ในขณะที่การทดสอบอิงกลุ่ม (norm-referenced test) เป็นการวัดผลระหว่างผู้สมัครด้วยกัน

เราพบว่าระดับคะแนนผ่านไม่สามารถกำหนดตามใจชอบได้ ต้องกำหนดจากข้อมูลเชิงประจักษ์ (ข้อมูลที่เก็บจากแหล่งข้อมูลโดยตรง หรือจากประสบการณ์จริง) ซึ่งการวิเคราะห์จะต้องอาศัยการรวบรวมผลการสอบที่ผ่าน ความเข้าใจขั้นพื้นฐานและขั้นสูงสุดตาม job requirements ของผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามคุณสมบัติขั้นต้นในแต่ละ category และการประเมิณโดย scheme committee ที่มีความเชี่ยวชาญในเนื้อหาวิชานั้น

กระบวนการเหล่านี้จะทำทุกครั้งในการสอบแต่ละครั้ง หมายความว่าการสอบแต่ละครั้งมีโอกาสที่ระดับคะแนนผ่านเกณฑ์จะแตกต่างกัน เพื่อให้ผลที่ได้เป็นมาตรฐาน การสอบของหลายหน่วยงาน เช่น ACT test (เป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบหนึ่ง) จะใช้คะแนนมาตรฐาน (scaled score)


ความถูกต้อง (Validity) และความเชื่อถือได้ (Reliability)

Early และ Wheeler ได้ให้ข้อสังเกตุว่า “วัตถุประสงค์ของการสอบเพื่อการรับรองของ NDT (การทดสอบแบบไม่ทำลาย) คือการแยกความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้าน NDT ในระดับที่กำหนดและผู้ที่ไม่มี

เพื่อวัตถุประสงค์นี้ การสอบจะต้องมีทั้งความถูกต้องและความเชื่อถือได้ “การทดสอบนั้นจะเป็นการทดสอบที่ดีไม่ได้เลยถ้าขาดทั้งสองอย่างนี้”
Early และ Wheeler กล่าวเพิ่มอีกว่า “ความถูกต้อง ต้องอาศัยการสอบเพื่อวัดผลความรู้และความเข้าใจที่จำเป็นต้องมี และเพื่อกำหนดคะแนนซึ่งวัดผลโดยไม่ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครกลุ่มใด”

ความถูกต้อง หมายถึง การสอบนั้นมีการวัดผลความรู้ที่จำเป็นต้องมีของผู้สมัครได้อย่างถูกต้องอย่างไร?

การใช้องค์ความรู้ที่เหมาะสม job task analysis ที่ถูกต้อง การแบ่งกลุ่มคำถามและการกำหนดเกณฑ์คะแนนผ่านที่ถูกต้องล้วนนำไปสู่ความถูกต้องของแผนรับรองบุคคล(certification scheme)

ในขณะที่ ความเชื่อถือได้ (Reliability) ตามคำกล่าวของ Early และ Wheeler “ต้องนึกถึงความสอดคล้องกันของผลการสอบแต่ละครั้ง” ซึ่งหมายถึงคนที่มีความสามารถระดับเดียวกัน ควรทำคะแนนได้ใกล้เคียงกันเมื่อทำข้อสอบที่คล้ายกัน

ความเชื่อถือได้ (Reliability) สามารถกำหนดได้จากการคำนวณทางสถิติโดยวิธี Kuder-Richardson 20 coefficient (KR20) และ standard error of measurement (SEM) จากการสอบหลายๆครั้ง
ค่า KR20 ยิ่งมาก แสดงถึงการสอบค่อนข้างจะไม่มีความผิดพลาดเลย ในขณะที่ SEM ประมาณค่าความแปรปรวนของคะแนนเมื่อผู้สมัครทำแบบทดสอบเดิม
Vibration Institute พยายามที่จะทำให้แผนรับรองบุคคล (certification scheme) คงไว้ซึ่งความถูกต้องและการทดสอบที่น่าเชื่อถือ

ขั้นตอนการดำเนินการต่างๆเป็นสิ่งแรกที่จะมีการทบทวนถึงผลกระทบต่อความถูกต้องของแผนอยู่เป็นประจำ และเพื่อประเมิณความเชื่อถือได้ทางสถิติในการทดสอบให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง


การเข้าใจผิดและการอ้างที่ไม่ถูกต้อง

ความพยายามที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมใน ISO 18436-2 หลายหน่วยงานกำลังอ้างในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากความซับซ้อนของมาตรฐาน การรับรองบุคคล (certification) และกระบวนการรับรองระบบ (accreditation) จึงทำให้เห็นหลายหน่วยงานตีความหมายมาตรฐานผิดและอ้างผิดดังกล่าว


การรับรองตาม ISO

หลายหน่วยงานอ้างว่าตนเองเป็นผู้ให้การรับรองตาม ISO และหรือเป็นผู้ให้ใบรับรอง ISO การกล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ISO ไม่รับรองหรือให้ใบรับรองกับใคร แต่ ISO ทำหน้าที่พัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานระหว่างประเทศ


การฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองระบบงาน

การกล่าวอ้างว่า “accredited courses” หรือ “vibration analysis training accredited to ISO 18436-2” เป็นสิ่งที่ผิด
จากอีเมลที่ได้รับจาก John McDonald ที่ปรึกษาทางการตรวจสอบรับรองและมาตรฐาน กล่าวว่า “ผู้ใช้ อนุกรม ISO 18436 อาจสับสนได้ถ้ามาตรฐานเหล่านั้นใช้สำหรับการรับรองระบบงานสำหรับหน่วยงานอบรม (training bodies) และหน่วยรับรอง (certification bodies) ซึ่งดูเหมือนว่าการรับรองระบบงานจะมีความหมายเหมือนกันไม่ว่ากรณีใด”
เขายังกล่าวเสริมว่า “มาตรฐานเหล่านั้น (สามารถ) ช่วยให้การทำงานของ training bodies มีความถูกต้องได้เช่นเดียวกัน แต่ควรแยกนิยามและคำอธิบายออกจากกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน”
คำนิยามของการรับรองระบบจาก ISO/IEC 17000 คือ “การยืนยันบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับหน่วยตรวจสอบและรับรอง (conformity assessment body) ในงานตรวจสอบและรับรอง”
กล่าวคือ คำว่า การรับรองระบบงาน (accreditation) จะใช้กับการยืนยันที่ใช้กับหน่วยตรวจสอบและรับรอง (conformity assessment body) เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีใครได้ ISO 18436-2 accredited สำหรับการสอนหรือการอบรม


การอบรมเพื่อการรับรองและการรับรอง

หน่วยงานอื่นๆที่โฆษณาว่าทีมงานส่วนฝึกอบรม มีการทำงานร่วมกับ certification scheme committee เพื่อพัฒนา “เอกสารที่ใช้ในการสอน และการทดสอบตาม ISO 18436” จากที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะต้องแยกกิจกรรมระหว่างการฝึกอบรมและการรับรองออกจากกันอย่างชัดเจน นี่เป็นการปฎิบัติที่ผิดหลักเกณฑ์ของ ISO/IEC 17024 และ ISO 18436-1 อย่างชัดเจน


กระทรวงกลาโหม

ในขณะที่การอ้างมาตรฐานผิดเกิดขึ้นมากมาย หน่วยงานบางหน่วยได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของการรับรองระบบงาน
เอกสารเผยแพร่ของ ANSI เดือนพฤษภาคม 2010 ประกาศว่าหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ "ชื่อ ANSI the approved accreditor of certification bodies”
ในเนื้อหายังกล่าวอีกว่า “กระทรวงกลาโหมได้รับการยืนยันการรับรองระบบงานในการรับรองบุคคลของ ANSI ในระดับคุณภาพสูงสุด และเป็นตัวอย่างล่าสุดอันหนึ่งที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทสำคัญด้านความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ และการดูแลสุขภาพ โดยเชื่อถือในการรับรองระบบงานของ ANSI ด้านการตรวจสอบความสามารถของหน่วยรับรองบุคคลที่สาม”
Vibration Institute ก็ได้รับการยืนยันการรับรองระบบงานในการรับรองบุคคลของ ANSI ในระดับคุณภาพสูงสุดเช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหมที่ประกาศไว้เช่นกัน


สรุป

เป็นเรื่องง่ายที่หน่วยงานต่างๆจะกล่าวอ้างว่าตนปฎิบัติตามมาตรฐาน ISO 18436-2 ซึ่งอาจจริงหรือไม่จริงก็ได้
สิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดที่เคร่งครัดสำหรับหน่วยรับรองและการได้รับการรับรอง
การรับรองระบบเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าหน่วยงานได้ปฎิบัติตามข้อกำหนดที่สำคัญต่างๆเพื่องานด้านการรับรองที่มีความสามารถและความเป็นธรรมด้วยความยั่งยืน
ภาคอุตสาหกรรมควรอุ่นใจเมื่อทำงานกับนักวิเคราะห์การสั่นสะเทือนที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานแล้ว


กฤติกรรมประกาศ

ผู้เขียนขอขอบคุณการช่วยเหลือของ ด็อกเตอร์ Ronald Eshleman ผู้อำนวยการผ่ายเทคนิคของสถาบัน Vibration Institute และ Susan Blaeser (Standards Manager for the Acoustical Society of America) ผู้จัดการด้านมาตรฐานของสมาคมอะคูสติกของอเมริกา และด็อกเตอร์ Larry Early นักจิตวิทยา และ John McDonald ที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบรับรองและมาตรฐาน ความสมบูรณ์และความถูกต้องของบทความนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าปราศจากความช่วยเหลือจากท่านผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้


บรรณานุกรม

ANSI/ISO/IEC 17024. “Conformity assessment – General requirements for bodies operating certification of persons,” First edition, 2003-04-01.

ISO 18436-1-1:2004. “Condition monitoring and diagnostics of machines – Requirements for training and certification of personnel – Part 1: Requirements for certifying bodies and the certification process,” First edition, 2004-09-15.

ISO 18436-2:2003(E). “Condition monitoring and diagnostics of machines – Requirements for training and certification of personnel – Part2: Vibration condition monitoring and diagnostics,” First edition, 2003-11-15.

Early, Larry Allan, and Wheeler. George C., A Guide for Developing NDT Certification Examinations, American Society for Nondestructive Testing, 2005.

ISO/IEC 17000. “Conformity assessment – Vocabulary and general principles,” First edition, 2004- 11-01.

ANSI Press Release. “U.S. Department of Defense Names ANSI Accreditor of Personnel Certification Bodies for Workforce Improvement Program Under DOD Directive 8570.1,” Washington, DC, May 12, 2010.

International Society of Automation (ISA). FAQs “Examination Process,” June 11, 2010.

The National Center for Fair and Open Testing (FairTest), Fact Sheets “Criterion- and Standards- Referenced Tests,” June 11, 2010.


เอกสารเพิ่มเติม

A Review of ISO and ANSI standards on Machinery Vibration and Condition Monitoring.pdf

ISO TC 108 Mechanical vibration and shock.pdf

Info ISO/IEC 17024 1st Edition EN.pdf

Reference Standards for Vibration Monitoring and Analysis.pdf


ที่มา

โดย David A. Corelli, PCB Piezotronics, Inc. and Brian G. Biby, ArcelorMittal
แปลและเรียบเรียงจาก Sound & Vibration ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2010


BACK